บทความวิชาการ
บทความวิชาการ

บทความวิจัยแบ่งออกเป็น ดังนี้

  • ชื่อบทความ ใช้ภาษาที่เป็นทางการ ชื่อเรื่องชัดเจนตรงไปตรงมา และครอบคลุมประเด็นของเรื่อง ชื่อเจ้าของบทความ ต้องใช้ชื่อจริง ไม่ใช้นามแฝง และเป็นชื่อเดียวกันกับรายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์
  • บทคัดย่อ (Abstract) เป็นเนื้อหาสาระส่วนที่น าเสนอวัตถุประสงค์การวิจัย ตัวแปร (Parameter) หรือสมมุติฐาน วิธีการวิจัย และผลการวิจัยโดยสรุป
  • ข้อเสนอแนะในการวิจัย และการน าไปใช้ประโยชน์ เพื่อให้ผู้อ่านได้เห็นภาพรวมงานวิจัยทั้งฉบับเป็น ข้อความที่มีค าส าคัญทั้งหมดในบทความวิจัย และเป็นข้อความสั้นกะทัดรัดไม่เยิ่นเย้อ ค าส าคัญ (Keyword)
  • เป็นศัพท์เฉพาะทางที่เห็นแล้วเข้าใจได้ทันทีว่างานชิ้นนี้เกี่ยวกับอะไร จำนวนไม่เกิน 3 -5 คำ
  • บทสถนาประกอบด้วย การเขียนให้ผู้อ่านทราบถึงเหตุผลความเป็นมา หรือมูลเหตุจูงใจในการวิจัยและปัญหาหรือค าถามการวิจัย
  • การเขียนส่วนนี้คล้ายกับการเขียนเหตุผลความเป็นมาและปัญหาการวิจัยในรายงานวิจัย เพียงแต่ต้องเขียนให้สั้น กระชับ ให้ข้อมูล ทางวิชาการที่น่าเชื่อถืออ้างอิงและตรวจสอบได้ ประกอบไปด้วย

1. หลักการและเหตุผล คือ ภูมิหลังของปัญหา ความจ าเป็นที่จะท าการวิจัย หรือ ความส าคัญของโครงการวิจัย ฯลฯ ต้องระบุว่า ปัญหาการวิจัยคืออะไร มีความเป็นมาหรือภูมิหลังอย่างไร มีความส าคัญ รวมทั้งความจ าเป็น คุณค่าและประโยชน์ ที่จะได้จาก ผลการวิจัยในเรื่องนี้ โดยผู้เขียนบทความวิจัยควรเริ่มจากการเขียนปูพื้นโดยมองปัญหาและวิเคราะห์ปัญหาอย่างกว้างๆ ก่อนว่า สภาพทั่วๆ ไปของปัญหาเป็นอย่างไร และภายในสภาพที่กล่าวถึง มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นบ้าง ประเด็นปัญหาน ามาศึกษาคืออะไร ระบุว่ามีการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ มาแล้วหรือยัง ที่ใดบ้าง และการศึกษาที่เสนอนี้จะช่วยเพิ่มคุณค่า ต่องานด้านนี้ ได้อย่างไร

  1. วัตถุประสงค์ในการวิจัย เป็นการก าหนดว่าต้องการศึกษาในประเด็นใดบ้าง ในเรื่องที่จะท าวิจัย ต้องชัดเจน และ เฉพาะเจาะจง ไม่คลุมเครือ โดยบ่งชี้ถึง สิ่งที่จะท า ทั้งขอบเขต และค าตอบที่คาดว่าจะได้รับ ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว การตั้ง วัตถุประสงค์ ต้องให้สมเหตุสมผล กับทรัพยากรที่เสนอขอ และเวลาที่จะใช้
  2. วิธีการศึกษา เป็นการให้รายละเอียดเกี่ยวกับวิธีด าเนินการวิจัย ประกอบด้วย การบรรยายลักษณะของประชากรกลุ่มตัวอย่าง และวิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่าง ความสมบูรณ์ของกลุ่มตัวอย่าง นิยามตัวแปร เครื่องมือวิจัยและคุณภาพเครื่องมือ วิธีการรวบรวม รายงานเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยเฉพาะส่วนที่เป็นทฤษฎีและงานวิจัยที่จะน าไปสู่การสร้างกรอบแนวคิด รวมทั้งการ ตั้งสมมุติฐานในการวิจัย และวิเคราะห์ข้อมูล และข้อสังเกตที่ส าคัญเกี่ยวกับวิธีด าเนินการวิจัย
  3. ผลการศึกษา บรรยายว่าจะเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างไร น าเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลพร้อมทั้งการตีความมีการ น าเสนอตารางและภาพประกอบเท่าที่จ าเป็น ผลการวิเคราะห์ที่ส าคัญในตารางหรือภาพประกอบต้องมีการบรรยายในส่วนที่ เป็นข้อความด้วย มิใช่การเสนอตารางหรือรูปโดยไม่มีการบรรยา
  4. ตารางและรูปภาพ – ตาราง ให้จัดท าไฟล์ตาราง 1 ไฟล์ต่อ 1 ตาราง และตั้งชื่อไฟล์ตารางให้สอดคล้องกับชื่อตารางที่ระบุไว้ในวารสาร เช่น ตารางที่ 1 ชื่อไฟล์ตารางที่ 1 พิมพ์ชื่อและล าดับที่ของตารางเหนือตารางตัวอักษรขนาด 11 Point และพิมพ์ค าอธิบายเพิ่มเติมใต้ ตารางตัวอักษรขนาด 14 Point ข้อความในตารางตัวอักษรขนาด 12 Point ตาราง ทุกตารางจะต้องมีหมายเลขและค าบรรยาย ก ากับเหนือตารางหมายเลขก ากับและค าบรรยายนี้รวมกันแล้วควรจะมีความยาวไม่เกิน 1 บรรทัด
  • รูปภาพ ให้จัดท าไฟล์รูปภาพ 1 ไฟล์ต่อ 1 รูปภาพ และตั้งชื่อไฟล์รูปภาพให้สอดคล้องกับชื่อรูปภาพที่ระบุไว้ในวารสาร เช่น รูปภาพที่ 1 ชื่อไฟล์รูปภาพที่ 1 พิมพ์ชื่อและล าดับที่ของรูปใต้รูปพร้อมค าบรรยาย รูปภาพควรมีขนาดที่เหมาะสมไม่เล็ก
  • เกินไป ค าบรรยายใต้ภาพอักษรขนาด 11 Point การเรียงล าดับตารางและรูปภาพให้แยกการเรียงล าดับออกจากกัน พร้อมทั้งระบุหมายเลขล าดับตารางและรูปภาพ ในบทความให้เป็นรูปที่ และตารางที่ เช่น รูปที่ 1,รูปที่ 2 ตารางที่ 1,ตารางที่ 2
  • 6 การอภิปรายผลการศึกษา เป็นการบรรยายสรุปข้อค้นพบที่ตอบวัตถุประสงค์การวิจัย ประกอบการอธิบายว่าข้อค้นพบมี ความขัดแย้ง/สอดคล้องกับสมมติฐานการวิจัยและผลงานวิจัยในอดีตอย่างไร พร้อมทั้งเหตุผลที่เป็นเช่นนั้น
  • เพื่อที่ให้ค าวิจารณ์ แนะน าและอธิบายผลการวิจัยที่เกิดขึ้นให้ผู้อ่านเข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้น ผู้เขียนควรจะเขียนเปรียบเทียบผลที่ได้จากการวิจัยกับผลที่
  • ถูกรายงานไว้แล้วในงานของคนอื่น หรือการใช้ข้อมูลของคนอื่นที่ท าก่อนหน้านั้นมาสนับสนุนผลการทดลอง สันนิษฐาน หรือ ข้อสรุป เพื่อเพิ่มน าหนักความน่าเชื่อถือ
  • การอภิปรายข้อจ ากัด/ข้อบกพร่อง ข้อดีเด่น ซึ่งน าไปสู่ข้อเสนอแนะในทางปฏิบัติและ ข้อเสนอแนะในการวิจัยต่อไป
  1. การสรุปผลและประโยชน์ที่ได้จากการศึกษา สรุปสิ่งที่ได้จากการศึกษาวิจัย สิ่งที่ควรจะต้องศึกษาวิจัยต่อไป ความผดิพลาดที่ เกิดขึ้น ข้อดี ข้อเสีย ประโยชน์หรอืการประยุกต์ใช้ ชี้ให้เห็นว่าประเด็นปัญหาสามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีการที่ได้ศึกษาวจิัยมาด้วยวิธี หรือกรอบแนวความคดิที่น าเสนอ
  2. ขอเสนอแนะ ให้ข้อเสนอแนะที่จะน าผลงานวิจัยไปใช้ประโยชนแ์ละให้แนวทางส าหรับการวิจยัต่อไป
  • กิตติกรรมประกาศ (Acknowledgements) หากต้องเขียนกิตติกรรมประกาศเพื่อขอบคุณบุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถเขียนได้ โดยให้อยู่หลังเนื้อหาของบทความและก่อนเอกสารอ้างอิง
  • การพิมพ์เอกสารอ้างอิงท้ายบทความ (Reference) 1 เอกสารอ้างอิงทุกล าดับจะต้องมีการอ้างอิงหรือกล่าวถึงในบทความ 2 ต้องพิมพ์เรียงล าดับการอ้างอิงตามหมายเลขที่ก าหนดไว้ภายในวงเล็บใหญ่ที่ได้อ้างอิงถึงในบทความ โดยไม่ต้อง
  • แยกภาษาและประเภทของเอกสารอ้างอิง 3 หมายเลขล าดับการอ้างอิงให้พิมพ์ชิดขอบกระดาษด้านซ้าย ถ้ารายละเอียดของเอกสารอ้างอิงมีความยาวมากกว่า หนึ่งบรรทัดให้พิมพ์ต่อบรรทัดถัดไปโดยย่อหน้า
  • (โดยเว้นระยะ 7 ช่วงตัวอักษรหรือเริ่มพิมพ์ช่วงตัวอักษรที่ 8 การ จัดพิมพ์เอกสารอ้างอิงท้ายบทความจะแตกต่างกันตามชนิดของรูปแบบบทความที่น ามาอ้างอิงให้จัดพิมพ์ตาม
  • คำแนะน าดังนี้ ถ้าเป็นรูปแบบการอ้างอิงทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้เป็นระบบ Vancouver ถ้าเป็นรูปแบบการอ้างอิงทางสังคมศาสตร์ให้เป็นระบบ American Psychological Association

ประวัติผู้เขียนและผู้ร่วมเขียน ประกอบด้วย ชื่อ-สกุล ,ประวัติทางการศึกษา, การท างาน, ผลงานทางวิชาการที่ยอมรับ, ต าแหน่ง หน้าที่, การท างานปัจจุบัน

การเขียนบทความ

https://tripathicreation.in