วิธีการ เขียนวิจารณ์บทความ

วิธีการ เขียนวิจารณ์บทความ บทวิจารณ์ของบทความเป็นการวิเคราะห์เชิงภาวะวิสัยต่อบทความทางวรรณกรรมหรือทางวิทยาศาสตร์ โดยเน้นย้ำตรงที่ผู้เขียนได้สนับสนุนแนวคิดหลักของบทความด้วยข้อสนับสนุนที่มีเหตุผลและเหมาะสมจากข้อเท็จจริงหรือไม่ มันเป็นเรื่องง่ายที่จะแค่สรุปประเด็นของบทความโดยปราศจากการวิเคราะห์หรือท้าทายความคิดอย่างแท้จริง การเขียนบทความ บทวิจารณ์ที่ดีจะแสดงความคิดเห็นของคุณต่อบทความ 

การเขียนบทความ

 โดยที่ยังให้หลักฐานมากมายสนับสนุนความคิดเห็นนั้น

ในฐานะผู้วิจารณ์นั้นให้ใช้เวลาอ่านและไตร่ตรองบทความนั้นอย่างถี่ถ้วน จัดเตรียมข้อโต้แย้งและหลักฐานยืนยัน การเขียนบทความ จากนั้นก็เขียนให้กระจ่างตรงจุด

อ่านมองหาประเด็น


อ่านบทความจนจบรอบหนึ่งก่อนเพื่อหาแนวคิดหลัก. ตอนที่อ่านบทความครั้งแรก คุณควรแค่พยายามทำความเข้าใจแนวคิดโดยรวมที่ผู้เขียนตั้งใจนำเสนอ บันทึกสมมติฐานของผู้แต่งไว้

ทำเครื่องหมายเน้นถ้อยคำเมื่อคุณอ่านทวนอีกครั้ง. บางทีการใช้ปากกาแดงขีดส่วนที่ต้องการเน้นให้เด่นชัดขึ้นก็ช่วยได้มาก ถามคำถามเหล่านี้กับตัวเองระหว่างที่กำลังอ่านบทความซ้ำเป็นครั้งที่สองว่า

  • แนวคิดหลักหรือข้อถกเถียงหลักของผู้แต่งคืออะไร
  • จุดประสงค์ของผู้แต่งในการโต้แย้งสมมติฐานที่ว่าคืออะไร
  • ใครคือผู้อ่านเป้าหมาย แล้วบทความนี้ได้เข้าถึงผู้อ่านกลุ่มที่ตั้งใจไว้สำเร็จหรือเปล่า
  • ผู้แต่งมีหลักฐานสนับสนุนมากพอและเชื่อถือได้หรือไม่
  • มีจุดที่ถูกละเลยในข้อถกเถียงของผู้แต่งหรือไม่
  • ผู้แต่งได้บิดเบือนหลักฐานหรือเพิ่มอคติเข้าไปในหลักฐานหรือไม่
  • ผู้แต่งได้เข้าถึงข้อสรุปหรือเปล่า

เขียนคำอธิบายให้ข้อความที่คุณขีดเน้น. สร้างสัญลักษณ์ที่แตกต่างสำหรับการแยกแยะข้อความแต่ละส่วนที่คุณคิดว่ามันอาจจะชวนสับสน มีความสำคัญ หรือไม่ต่อเนื่อง

  • เช่น คุณอาจขีดเส้นใต้ข้อความสำคัญ การเขียนบทความ วงกลมข้อความที่ชวนสับสน และเขียนรูปดาวให้ท่อนที่ดูไม่ต่อเนื่อง
  • การเน้นด้วยสัญลักษณ์จะทำให้คุณเน้นส่วนสำคัญของตัวบทความได้หมดโดยเร็ว ถึงแม้อาจต้องใช้เวลาสักหน่อยในการทำความคุ้นเคยกับสัญลักษณ์เหล่านี้ แต่สมองมันจะใช้เวลาไม่นานในการจดจำและปรับตามทำให้คุณอ่านบทความได้เร็วกว่าการไม่ใช้สัญลักษณ์คอยกำกับอย่างมาก

เขียนข้อสังเกตที่ยาวขึ้นในระหว่างการอ่านต่อเนื่อง. เพิ่มเติมจากสัญลักษณ์ใต้ข้อความแล้ว การเขียนข้อสังเกตเมื่อเกิดความคิดที่กว้างขึ้นมาในระหว่างที่อ่านก็มีประโยชน์เช่นกัน เช่น หากคุณตระหนักว่าคำอ้างของผู้แต่งนั้นสามารถถูกหักล้างได้จากการศึกษาเชิงวิทยาศาสตร์ที่คุณเพิ่งอ่านพบมา ให้เขียนข้อสังเกตนี้ไว้ในขอบกระดาษ หรือบนกระดาษอีกแผ่น หรือในคอมพิวเตอร์เพื่อที่คุณจะย้อนกลับมาหาความคิดนี้ได้

  • อย่าโง่คิดเอาเองว่าคุณจะจดจำความคิดเหล่านี้ได้หมดในเวลาที่คุณจะเริ่มเขียนบทวิจารณ์เลย
  • ใช้เวลาที่จำเป็นเขียนข้อสังเกตของคุณไปในระหว่างที่อ่าน คุณจะยินดีที่ได้ทำมันลงไปเมื่อถึงเวลาที่ต้องรวบรวมข้อสังเกตเหล่านี้มาเขียนเป็นบทวิเคราะห์ที่สมบูรณ์

พัฒนาแนวคิดเบื้องต้นสำหรับบทวิจารณ์ของคุณ. เริ่มผุดความคิดเห็นกว้างๆต่อบทความดังว่า ประเมินข้อถกเถียงโดยรวมของผู้แต่งหลังจากที่คุณได้อ่านบทความนั้นสองถึงสามรอบ บันทึกปฏิกิริยาแรกที่คุณมีต่อส่วนเนื้อหา

  • แจกแจงแหล่งอ้างอิงที่เป็นไปได้ของหลักฐานที่จะนำมาใช้ในบทวิจารณ์ รื้อฟื้นความทรงจำดูว่าเคยผ่านตาวรรณกรรมหรือสารคดีที่อาจมีประโยชน์สำหรับการประเมินบทความชิ้นนี้

รวบรวมหลักฐาน

ตั้งคำถามว่าสารโดยรวมที่ผู้แต่งพยายามจะสื่อนั้นสมเหตุสมผลหรือไม่. ทดสอบสมมติฐานของเขาและเปรียบเทียบมันกับตัวอย่างอื่นที่มีความคล้ายคลึงกัน

  • ถึงแม้ว่าผู้แต่งจะได้ทำการวิจัยและอ้างคำพูดของผู้เชี่ยวชาญที่ควรแก่การเคารพ ก็ยังต้องวิเคราะห์สารนั้นอยู่ดีว่ามันใช้ได้จริงหรือยืนอยู่บนพื้นฐานของความจริงหรือไม่
  • ตรวจสอบคำนำและบทสรุปของผู้แต่งเพื่อให้แน่ใจว่ามันมีความน่าเชื่อถือและมีองค์ประกอบครบถ้วนหรือไม่

ค้นดูในบทความว่ามีตรงไหนที่ลำเอียง ไม่ว่าจะโดยเจตนาหรือไม่ก็ตาม. หากผู้แต่งได้รับอะไรที่ได้ผลกลับมาจากข้อสรุปที่แสดงไว้ในบทความ ก็เป็นไปได้ว่าอาจจะแฝงความลำเอียงอยู่ในนั้น

  • ความลำเอียงนั้นก็อย่างเช่น การละเลยหลักฐานด้านตรงข้าม ใช้หลักฐานที่ไม่เหมาะสมเพื่อสร้างบทสรุปที่แตกต่างจากความเป็นจริง หรือการนำเสนอความคิดเห็นของตนเองโดยไม่มีอะไรมารองรับแทรกในเนื้อหา ความคิดเห็นที่มีหลักฐานสนับสนุนนั้นไม่มีปัญหา แต่ถ้าขาดหลักฐานทางวิชาการมาสนับสนุนก็สมควรที่จะต้องถูกจับผิดให้ได้
  • ความลำเอียงอาจมาในรูปแบบของอคติ สังเกตดูว่ามีอคติต่อด้านเชื้อชาติ สีผิว เพศ ชนชั้น หรือแนวคิดทางการเมืองหรือไม่


พิจารณาการตีความของผู้แต่งต่อข้อความจากแหล่งอื่น. หากผู้แต่งอ้างอิงถึงงานเขียนของผู้อื่น ให้อ่านบทความดั้งเดิมชิ้นนั้นด้วยแล้วพิจารณาดูว่าคุณเห็นด้วยกับการวิเคราะห์ที่ปรากฏในบทความหรือไม่ การจะเห็นด้วยทุกประการนั้นคงไม่จำเป็นและก็เป็นเรื่องยากที่จะเกิดขึ้นได้ แต่แค่ให้ดูว่าการตีความของผู้แต่งนั้นพอจะสมเหตุสมผลหรือไม่

  • สังเกตความไม่สอดคล้องกันระหว่างการตีความของคุณกับการตีความของผู้แต่งในเนื้อหาเดียวกัน ความขัดแย้งเช่นนี้อาจมีประโยชน์เมื่อถึงเวลาที่คุณต้องเขียนบทวิจารณ์
  • ดูว่านักวิชาการคนอื่นว่าอย่างไร หากนักวิชาการหลายท่านที่มีปูมหลังแตกต่างกันต่างมีความคิดเห็นกับข้อความไปในทิศทางเดียวกัน ความคิดเห็นนั้นก็ย่อมมีน้ำหนักมากกว่าข้อถกเถียงที่มีข้อสนับสนุนเพียงเล็กน้อย

สังเกตดูว่าผู้แต่งได้ยกหลักฐานที่ไม่น่าเชื่อถือขึ้นมาหรือไม่. ผู้แต่งได้อ้างอิงข้อความที่ไม่เกี่ยวข้องจากเมื่อห้าสิบปีที่แล้วซึ่งไม่มีน้ำหนักยืนยันในหลักการอีกต่อไปแล้วหรือเปล่า ถ้าผู้แต่งอ้างอิงแหล่งที่มาอันไม่น่าเชื่อถือ มันจะทำลายความน่าเชื่อถืออย่างมากของบทความนั้นๆ

อย่ามองข้ามในองค์ประกอบด้านสไตล์การเขียน. เนื้อหาของบทความเป็นส่วนที่มีความสำคัญที่สุดสำหรับบทวิจารณ์ของคุณ แต่อย่ามองข้ามรูปแบบและลูกเล่นทางการเขียนที่ผู้แต่งอาจนำมาใช้ ใส่ใจต่อการพิจารณาเลือกใช้คำและน้ำเสียงที่ใช้ของผู้แต่งตลอดทั้งบทความ ตรงนี้จะยิ่งมีประโยชน์สำหรับบทความที่ไม่ใช่เชิงวิทยาศาสตร์ เช่น บทความเชิงวรรณกรรม

  • แง่มุมเหล่านี้ของบทความสามารถเผยให้เห็นถึงประเด็นที่ฝังอยู่ลึกขึ้นในการถกเถียงที่ใหญ่โตกว่าเดิมได้ เช่น บทความที่ถูกเขียนขึ้นด้วยน้ำเสียงเผ็ดร้อนและกระตือรือล้นจนเกินไปนั้นอาจจะมองข้ามหรือปฏิเสธหลักฐานด้านตรงข้ามในการวิเคราะห์ก็เป็นได้
  • มองหานิยามความหมายของคำที่ไม่คุ้นเคยเสมอ นิยามของคำๆ หนึ่งสามารถเปลี่ยนความหมายของประโยคได้ชนิดหน้ามือไปหลังมือ โดยเฉพาะหากคำดังกล่าวมีนิยามได้หลายความหมาย ตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใดผู้แต่งถึงเลือกใช้คำๆ นั้นโดยเฉพาะแทนที่จะใช้คำอื่น มันอาจเผยถึงอะไรบางอย่างในข้อถกเถียงนั้นก็ได้

ตั้งคำถามกับวิธีการทำวิจัยในบทความเชิงวิทยาศาสตร์. หากจะวิจารณ์บทความที่ใช้ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ ให้แน่ใจว่าได้ประเมินวิธีการทำวิจัยเบื้องหลังการทดลองนั้นๆ ตั้งคำถามถามตัวเองอย่างเช่น

  • ผู้แต่งได้บอกรายละเอียดของวิธีการครบถ้วนหรือไม่
  • การศึกษานี้ถูกออกแบบมาโดยปราศจากข้อผิดพลาดร้ายแรงหรือเปล่า
  • ขนาดของกลุ่มตัวอย่างเหมาะสมแล้วหรือยัง
  • มีการสร้างกลุ่มที่มีการควบคุมตัวแปรเพื่อนำมาเปรียบเทียบหรือไม่
  • การคำนวณเชิงสถิติทั้งหมดมีความถูกต้องหรือเปล่า
  • หน่วยงานอื่นๆ การเขียนบทความ สามารถจำลองการทดลองที่ว่านี้ได้หรือไม่
  • การทดลองนี้มีความสำคัญในแวดวงการศึกษานั้นๆ หรือไม่

การเขียนบทความ

https://tripathicreation.in