เริ่มต้นเขียนบทความ

เริ่มต้นเขียนบทความ สำหรับเนื้อหาในเรื่องนี้เรียกได้ว่ามีความสำคัญกับการทำเว็บไซต์อย่างมาก เพราะเว็บไซต์ที่สร้างขึ้นมาส่วนใหญ่แล้วก็เพื่อเผยแพร่ข้อมูลให้กับผู้อ่านหรือผู้เข้าชมเว็บไซต์  การเขียนบทความ คนที่มีหน้าที่จัดทำเนื้อหาให้เว็บไซต์จะต้องมีความสามารถในการถ่ายทอดข้อความ เพื่อให้สาระ แจ้งข้อเท็จจริง แสดงความคิดเห็น หรือถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ ออกมาเป็นงานเขียนในรูปของ “บทความ” ให้ได้ค่ะ

การเขียนบทความ

เขียนบทความไม่เป็น เริ่มต้นอย่างไรดี

ไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิด สำหรับผู้ที่คิดว่าตัวเองเขียนบทความไม่เป็น หรือเขียนออกมาได้ยังไม่ดีนัก ขาดความมั่นใจในการเขียน การเขียนบทความ หากได้เรียนรู้หลักการและแนวทางการเขียนบทความ จากนั้นทดลองเขียน และปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องอยู่เสมอ เชื่อว่าเราจะเขียนบทความได้ดีขึ้นอย่างแน่นอน

เรามาเริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับการเขียนบทความกันเลยค่ะ
(บทความในที่นี้หมายถึงพวกบทความทั่วไป ไม่ใช่บทความวิชาการนะคะ)

ส่วนประกอบในบทความ

ส่วนประกอบในบทความที่สำคัญ ได้แก่ บทนำ เนื้อหาของเรื่อง และบทสรุป นอกจากนี้อาจจะนับรวม ชื่อเรื่อง และส่วนอ้างอิง เข้าไปด้วย ซึ่งส่วนประกอบแต่ละส่วนมีหน้าที่ของมันอยู่ค่ะ

1. ชื่อเรื่อง
ชื่อเรื่องเป็นจุดแรกที่ผู้อ่านเห็น ดังนั้นต้องตั้งชื่อเรื่องให้น่าสนใจให้น่าอ่านที่สุด ถ้าชื่อเรื่องไม่มีพลังดึงดูดพอ ผู้อ่านอาจจะไม่ (คลิก) เข้าไปหน้าเนื้อหาของบทความ หรือปิดหน้าบทความไป

ชื่อเรื่องที่ดีควรจะบอกประเด็นหลักของเรื่องและเหมาะสมกับเนื้อเรื่อง ถ้าเนื้อหาในเรื่องไม่ตรงกับชื่อเรื่อง หรือไม่น่าสนใจเหมือนชื่อเรื่อง คนอ่านก็อาจจะรู้สึกเหมือนโดนหลอกได้ สำหรับการตั้งชื่อเรื่องจะตั้งก่อนจะเขียนเนื้อหา หรือตั้งหลังจากเขียนเนื้อหาของเรื่องเสร็จแล้วก็ได้ค่ะ

2. บทนำ
บทนำเป็นส่วนที่อยู่ในตอนต้นของบทความ (ย่อหน้าแรกๆ) บอกให้ผู้อ่านทราบคร่าวๆ ว่าบทความนี้เขียนเกี่ยวกับเรื่องอะไร การเขียนบทความ ส่วนนี้มักจะเป็นการอธิบายความหมายและความสำคัญของชื่อเรื่อง หรือบอกเล่าว่าเรื่องนี้น่าสนใจอย่างไร ให้ประโยชน์อะไร ช่วยผู้อ่านได้อย่างไร บอกสภาพปัญหา หรือขอบข่ายเนื้อหา เป็นต้น

บทนำเป็นส่วนที่จะต้องเขียนให้น่าอ่านชวนติดตาม เพราะผู้อ่านมักจะลองอ่านบทนำดูก่อน ถ้าบทนำดีจะจูงใจผู้อ่านให้อยากติดตามเนื้อเรื่องต่อไปจนจบ

3. เนื้อหาของเรื่อง
เป็นส่วนที่อธิบายเรื่องที่เขียนแบบละเอียด มีการแบ่งเนื้อหาออกเป็นหลายหัวข้อตามความเหมาะสม

4. บทสรุป
เป็นส่วนที่อยู่ท้ายสุดของเรื่อง โดยจะสรุปสาระสำคัญของเรื่อง

5. อ้างอิง (ถ้ามี)
เป็นส่วนที่อยู่ท้ายบทความ จะบอกรายชื่อหนังสือ สิ่งพิมพ์ บทความวารสาร บทความหนังสือพิมพ์ หน้าเว็บเอกสาร  รวมทั้งสื่อบันทึกเสียง และสื่อบันทึกวีดีโอต่างๆ ที่เรานำมาใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงในการเขียน

หากในเนื้อเรื่องมีการนำข้อความ แนวคิด รูปภาพ ตาราง แผนภูมิสถิติใดมาจากที่อื่น ควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูลนั้นด้วย การอ้างอิงจะช่วยเสริมให้เรื่องที่เราเขียนน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น และถือเป็นการให้เกียรติแก่เจ้าของผลงานด้วยค่ะ

ขั้นตอนในการเขียนบทความ

1. กำหนดเรื่องที่จะเขียน ว่าจะเขียนเรื่องอะไร
ถ้าเราสามารถเลือกเรื่องที่จะเขียนได้เอง การเลือกเรื่องที่เรามีความสนใจ มีความรู้ มีประสบการณ์ในเรื่องนั้นๆ อยู่แล้ว ก็จะมีส่วนช่วยให้เราเขียนถ่ายทอดออกมาได้ง่ายและลื่นไหล และยิ่งเลือกเรื่องที่กำลังเป็นที่สนใจของคนทั่วไป เรื่องนั้นมีแนวโน้มที่จะมีคนสนใจอ่านเป็นจำนวนมาก

2. กำหนดจุดมุ่งหมายให้ชัดเจน ว่าเขียนเพื่ออะไร
เช่น เพื่อให้ข่าวสาร เพื่อให้ความรู้ เพื่อแสดงความคิดเห็น เพื่อการโน้มน้าวใจ เพื่อความบันเทิง เพื่อให้แนวคิดในการดำเนินชีวิต เป็นต้น

3. กำหนดกลุ่มผู้อ่านเป้าหมาย ว่าเขียนให้ใครอ่าน
เราต้องคำนึงถึงอายุ เพศ การศึกษา อาชีพ ความรู้ ของผู้อ่านด้วย เนื่องจากลักษณะและคุณสมบัติของผู้อ่านจะมีผลต่อเนื้อหาที่เราจะเขียน ตลอดจนเรื่องของการใช้ภาษา ถ้อยคำ และคำศัพท์ต่างๆ

ยกตัวอย่าง เนื้อหาในบทความต่อไปนี้ที่เขียนเพื่อแนะนำให้ผู้อ่านรู้จักกับโปรแกรมสำเร็จรูป WordPress

ถ้ากลุ่มเป้าหมาย คือ บุคคลทั่วไปที่มีความสนใจอยากลองสร้างเว็บไซต์ด้วยตัวเอง เวลาเขียนบทความควรใช้ภาษาง่ายๆ   การเขียนบทความ ให้ข้อมูลความรู้พื้นฐาน และถ้ามีการใช้คำศัพท์ก็ควรอธิบายความหมายประกอบด้วย

การเขียนบทความ

https://tripathicreation.in